บทที่ 5 : สรุปผลการศึกษา

การศึกษาการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบจำลองสถานการณ์ เรื่อง การจำลองตัวเองของ DNA แบบกึ่งอนุรักษ์ เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชา ชีววิทยา ในนักเรียนชั้น ม.6 ห้อง 1 และห้อง 2 โรงเรียนกำแพงวิทยา อำเภอละงู จังหวัดสตูล เปรียบเทียบผลการศึกษาจากผลสัมฤทธิ์ของวิธีการที่วิจัย โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผลทางสถิติเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่างนักเรียนก่อนและหลังใช้วิธีที่วิจัย โดยใช้ค่าสถิติ t – test มาวิเคราะห์ผล พบว่า ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยค่า tobt =14.210 มากกว่าค่า tcrit (tcrit = 2.000 ที่ df = 77 เมื่อ u = 0.052tail)

จึงสรุปได้ว่า สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบจำลองสถานการณ์เรื่อง การจำลองตัวเองของ DNAแบบกึ่งอนุรักษ์ สามารถเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนได้

การอภิปรายผลและข้อคิดเห็น

  • การผลิตและพัฒนาสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบจำลองสถานการณ์เรื่อง การจำลองตัวเองของ DNA วิชา ว 40244 : พันธุกรรม วิวัฒนาการ โดยนำไปทดลองใช้ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 1 และ 2 พบว่า ค่า tobt =14.210 มากกว่าค่า tcrit (tcrit = 2.000 ที่ df = 77 เมื่อ u = 0.052tail) แสดงให้เห็นว่า ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
    จึงสรุปได้ว่า ผลการศึกษาในครั้งนี้เป็นไปตามสมมติฐานการศึกษา คือ สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบจำลองสถานการณ์เรื่อง การจำลองตัวเองของ DNAแบบกึ่งอนุรักษ์ สามารถเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนได้
  • อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการวิเคราะห์หาความเชื่อมั่น, ความตรงของข้อสอบ, อำนาจจำแนกและความยาก-ง่ายของเครื่องมือวัด พบว่า ข้อสอบจำนวน 15 ข้อเป็นข้อสอบที่จัดเป็นเครื่องมือวัดที่มีคุณภาพ เพียง 9 ข้อ จึงจำเป็นต้องนำมาคิดคำนวณได้ที่คะแนนเต็ม 9 คะแนนแต่คะแนนสูงสุดของการประเมินหลังการใช้สื่อฯ จะมีค่ามากถึง 9 คะแนนเต็มจำนวน 4 คน ค่าเฉลี่ยที่ 5.76 คะแนนมากกว่าคะแนนการประเมินก่อนการใช้สื่อฯ แต่ยังมีผู้ได้คะแนนต่ำสุดหลังการประเมินที่ 5 คะแนนและไม่ผ่านการประเมิน (น้อยกว่า 4 คะแนน) อยู่ 17 คนจากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 78 คน ที่ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.75 คิดเป็น 21.79 %
    แสดงให้เห็นว่า สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ยังไม่ได้แก้ปัญหานักเรียนได้ทั้งหมดและยังมีข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ควรเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากนักเรียนกลุ่มนี้ นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนที่ได้คะแนนลดลงจากการใช้สื่อฯ จำนวน 3 คน และคะแนนเท่าเดิมหลังการใช้สื่อฯ จำนวน 3 คน
  • ในด้านแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคะแนนพบว่า นักเรียนมีแนวโน้มการเพิ่มของคะแนนขึ้นจากเดิมมากถึง 72 คน แต่ยังมีนักเรียนมีแนวโน้มคะแนนลดลงหรือเท่าเดิม รวม 6 คนคือเป็น 7.69 % แสดงให้เห็นตัวแปรแทรกซ้อนจากการใช้สื่อฯนี้
    ได้ไปสอบถามนักเรียนพบว่า นักเรียนหลายคนไปใช้คอมพิวเตอร์รวมเป็นกลุ่ม ทำให้มีบางคนไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์ที่นักเรียนใช้บางเครื่องไม่ได้ต่อลำโพงเอาไว้ ทำให้เสียจุดเน้นเรื่อง ความสามารถตอบโต้ (interactive) ด้านประสาทรับฟังกับเหตุการณ์ โดยเฉพาะเมื่อกดปุ่มที่เอนไซม์แล้ว ไม่ได้ยินเสียงอ่านชื่อเอนไซม์ ทำให้จำชื่อเอนไซม์ไม่ได้ นอกจากนี้ นักเรียนบางคนบอกว่า ครูให้เวลาศึกษาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพียง 1 คาบ แต่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ร่วมกันแค่ 4 ตัว ทำให้ใช้ได้ไม่ทั่วถึง น่าจะให้เวลาเพิ่มมากกว่านี้
  • ในการประเมินด้านข้อคิดเห็นในระดับความพึงพอใจ พบว่ามีเพียงรายการประเมินเพียงข้อเดียวที่ได้คะแนนการประเมินเฉลี่ยในระดับดี ที่เหลือผ่านในระดับดีมากที่ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานไม่เกิน 1.00 นั่นคือ นักเรียนจำนวนหนึ่งยังเห็นว่า หากใช้สื่อนี้แล้ว ยังจำเป็นต้องอ่านหนังสือประกอบอีก จึงควรเพิ่มเติมรายละเอียดในหนังสือเรียนลงในสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และควรระบุให้ชัดเจนว่า กรอบหน้าจอนี้ตรงกับข้อมูลจากหนังสือหน้าใด
    อย่างไรก็ตาม นักเรียนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่า สื่อฯนี้ช่วยเหลือด้านการเรียนแก่นักเรียนได้ตามแบบประเมินข้อที่ 1, 2, 5, 6 อยู่ในระดับค่าเฉลี่ย ดีมาก สื่อฯนี้มีความสะดวก, ง่ายต่อการใช้งานและนักเรียนชอบสื่อฯนี้ ตามแบบประเมินข้อที่ 3, 4, 8, 10 อยู่ในระดับค่าเฉลี่ย ดีมาก และระดับความคิดเห็นของสื่อฯที่ทำให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีววิทยามากขึ้น ตามแบบประเมินข้อที่ 9 อยู่ในระดับค่าเฉลี่ยดีมาก
  • จากผลการศึกษาทั้งหมด ประสบปัญหาจากเครื่องมือวัดเป็นข้อสอบปรนัย จำนวน 15 ข้อ หลังจากใช้กับนักเรียนแล้วพบว่า แม้ข้อสอบจะมีค่าความตรงกับค่าความเชื่อมั่นสูงมาก แต่ประสบปัญหาเรื่อง ค่าความยากง่ายและค่าอำนาจจำแนก ทำให้ไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ผลได้ 6 ข้อ เหลือข้อสอบมาเป็นเครื่องมือวัดมาตรฐานได้เพียง 9 ข้อ ดังนั้นในการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป ควรเตรียมวิเคราะห์ข้อสอบก่อนทำวิจัยให้เรียบร้อยมาก่อน แม้ว่าจะเป็นการทดลองสื่อในนักเรียนในชั้น ม.6 ซึ่งจะประสบปัญหาในการหากลุ่มทดลอง มาใช้วิจัยเครื่องมือวัดซึ่งจบในปีการศึกษาถัดไป จึงควรวางแผนวิเคราะห์ข้อสอบ เพื่อนำมาใช้ทำงานวิจัยข้ามปีการศึกษาหรือนำไปทดลองใช้กับนักเรียนต่างโรงเรียนก็ได้
  • นอกจากนี้ จากแบบสอบถามของนักเรียนผู้ใช้บริการ ควรปรับปรุงแก้ไขในด้านเนื้อหาจากหนังสือและการตรวจสอบการให้เสียงประกอบ ระบุแนวทางการใช้ให้ชัดเจนแก่ผู้ใช้ นอกจากนี้ นักเรียนอยากให้มีแบบฝึกประสบการณ์เป็นการทบทวนก่อนไปทำแบบทดสอบหลังเรียน จึงควรปรับปรุงบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้มีประสิทธิภาพในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์และการช่วยซ่อม-เสริมแก่ผู้เรียน ตลอดจนการศึกษาด้วยตนเองนอกเวลา จึงเห็นควรเผยแพร่ให้เกิดแก่เยาวชนและสถานศึกษาอื่นๆต่อไป.

บรรณานุกรม

  • กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544.กระทรวงศึกษาธิการ. น. 1- 4
  • คณะกรรมการวิชาการโรงเรียนกำแพงวิทยา. หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2549.โรงเรียนกำแพงวิทยา
  • คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพวิชาการ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์. การจัดสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ: 2546
  • จรรจา สุวรรณฑัต. การวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. เอกสารประกอบการบรรยาย สถาบันพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร: 2525
  • จำเนียร โกมลบุณย์. จิตวิทยาการรับรู้และการเรียนรู้. มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2519
  • ชม ภูมิภาค. จิตวิทยาการเรียนการสอน. ไทยวัฒนาพานิช. กรุงเทพฯ: 2526
  • บุญสืบ พันธ์ดี. การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาชีววิทยา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ: 2537
  • ผดุง อารยะวิญญู. ไมโครคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา. ซีเอ็ดยูเคชั่น: 2537
  • ประสาท อิศรปรีดา. จิตวิทยาการเรียนรู้กับการสอน. สำนักพิมพ์กราฟิกอาร์ต: กรุงเทพฯ
  • ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. จิตวิทยาการศึกษา. ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพฯ: 2546
  • วีระ ไทยพานิช. การออกแบบระบบการเรียนรู้ วิธีการนำไปสู่การปรับปรุงการสอน. (ถ่ายสำเนา) : 2529
  • สุกรี รอดโพธิ์ทอง. บทบาทคอมพิวเตอร์ช่วยสอน. โครงการเอกสารและตำราทางวิชาการ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: 2532
  • สุโขทัยธรรมาธิราช, เอกสารชุดฝึกอบรมนวัตกรรมและสื่อการสอนวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ร่วมกับสำนักงานการศึกษาต่อเนื่องมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช. กรุงเทพ: 2536
  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ชีววิทยาเล่ม 5 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ: 2548 น.57-60
  • สำนักทดสอบทางการศึกษา. พัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ:2548
  • อนรรฆ บุญสนอง. การวิจัยในชั้นเรียน. เอกสารประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการ โรงเรียนกำแพงวิทยา:2542
  • Campbell Reece Mitchell. Biology fifth edition University of Montana: 1999 p.284-289

« บทที่ 4