ป่าโกงกาง(Mangrove Forest)

บทความโดย วิชาญ เอียดทอง
นิตยสาร Advanced Thailand Geographic (ATG) ฉบับที่ 71 และ 73

habitat20.jpgปกติแล้วในภาษาอังกฤษเรียกป่าชายเลนว่า Mangrove Forest และ บางครั้งป่าชายเลนก็ถูกเรียกว่า Tide Forest ซึ่งมีความหมายว่า ป่าที่มีน้ำขึ้นน้ำลงนั่นเอง คำว่า “ป่า” ความหมายในเชิงนิเวศหมายถึง พื้นที่ที่พืชพรรณขึ้นกระจัดกระจายอยู่ ไม่ว่าพืชพรรณนั้นจะมีนิสัยเป็น อย่างไร พืชล้มลุก ไม้พุ่ม และ ไม้ต้น เฟิร์น หรือ ไลเคนส์

ขณะที่คำในภาษาไทย ที่เรียก “ป่าชายเลน” นับว่าเป็นการเลือกคำมาใช้ให้มีความหมายตรง และ ชัดเจนที่สุด เมื่อได้ยินแล้ว เราสามารถ จินตนาการ ไปกับความหมายได้อย่างถูกต้อง ถึงสภาพนิเวศของสังคมพืชที่ขึ้นอยู่ คือคำว่า “ชาย” ถ้าเขียนให้เต็มๆ และ ชัดเจนคือ ชายทะเล และคำว่า “เลน” หมายถึงพื้นที่ดินเลน นั่นเอง รวมเบ็ดเสร็จแล้ว นับได้ว่ามีความหมายสมบูรณ์ ในตัวเอง

ถึงแม้ว่าในบางครั้ง อาจจะมีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่น ตามที่คนท้องถิ่นรู้จัก และ เข้าไปใช้ประโยชน์ เช่นแทนที่จะเรียกว่าป่าชาเลน ชาวบ้าน และ คนทั่วไปอาจเรียกว่า ป่าโกงกาง เนื่องจากเป็นป่า ที่มีไม้โกงกางขึ้นเป็นไม้เด่น และ พบเห็นได้มากกว่าชนิดอื่นๆ บางบริเวณของป่าชายเลน อาจมีไม้อื่น ขึ้น เป็นไม้เด่นอยู่ด้วย จนสามารถเรียกไปตามชนิดไม้นั้นๆ เช่น ป่าแสม ป่าลำพู ป่าจาก และ ป่าโปร่ง เป็นต้น

รั้วเขียวของแนวแผ่นดิน

habitat17.jpgเมื่อมองแนวของต้นโกงกางที่ขึ้นบนหาดดินเลน ตลอดแนวชายฝั่งทะเลทั้งสองฝากฝั่ง ของคาบสมุทรในภาคใต้ของไทย ป่าชายเลนดูเสมือนเป็นแนวรั้วสีเขียว ที่ป้องกัน และ ลดความรุนแรงของลมพายุ และ คลื่น ที่พัดมาปะทะกับแนวตลิ่ง และ แผ่นดิน จนสามารถ มองเห็นถึงการปรับตัวทางนิเวศ ของป่าชนิดนี้ได้อย่างอัศจรรย์ สำหรับบทบาท ทางนิเวศ ของป่าชายเลน ยังเป็นผลพวงของ วิศวกรรมทาง ธรรมชาติ ที่ค่อยๆรุกคืบ ให้ดินตะกอนแม่น้ำไปถมทะเลจนตื้นเขิน เป็นสันดอนทราย และ พัฒนาต่อไปจนเป็นแผ่นดิน สุดท้ายขยายตัว จนทำให้ แผ่นดินงอกไปในทะเลมากขึ้น

เมื่อเราเดินเข้าไปในป่าชายเลน มักมีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่า ดินเลน ดินตะกอน นั้นมาจากไหน ทำไมจึงมากองรวมอยู่ในพื้นที่แห่งนี้? แน่นอน การเกิดขึ้นของดินตะกอนดังกล่าว มาจากการพัดพาของกระแสน้ำจืดที่ไหลมาจากต้นน้ำตามสันเขา ผ่านลำห้วยลำธารไหลลงสู่แม่น้ำ และ นำพา ตะกอนต่างๆ มาทับถมกันจนเกิดเป็นหาดดินเลนแผ่กว้าง ดินเลนและตะกอนที่ถูกพัดพามา มักพบเกิดขึ้นในบริเวณชายทะเล ที่อยู่ในพื้นที่อับลม การสะสมของดินเลนในลักษณะนี้ เกิดขึ้นกับป่าชายเลนปากแม่น้ำ หรือป่าชายเลนสองฝั่งแม่น้ำ ถ้าหากเป็นป่าชายเลน ที่เป็นหาดลาดเทลงไป ตามไหล่ทวีป ดินเลนที่เกิดขึ้นจะเกิดอย่างไร

เมื่อเจอกับคำถามเช่นนี้ เราก็ต้องสังเกตดูแนวคลื่นที่ซัดเข้าหาชายฝั่งในช่วงน้ำขึ้นน้ำลง ปรากฏการณ์นี้คงเป็นคำตอบที่จะนำมากล่าวถึง การเกิดสะสมดินเลนที่เกิดในป่าชายเลน ซึ่งมีสภาพ ภูมิประเทศเป็นชายหาดเลน ที่มาของคำตอบต่อคำถามนี้คือ คลื่น อันเป็นกระแสน้ำ ที่พัดตะกอนจากในทะเล ค่อยๆ พัดมาทับถมเป็นหาดเลนในที่สุด

ด้วยความสามารถของรากต้นไม้ ต่อการจับยึดหน้าดิน และ ปรับตัวให้ขึ้นอยู่ได้ ค่อยๆพัฒนาเป็นหาดเลนที่มีดินเลนอ่อน ที่ชั้นดิน เกิดจากการทับถมอย่างหลวมๆ จึงมีชั้นดินลึกหรือค่อนข้างลึก แต่ความลึกของดินเลน เปลี่ยนแปลงไปตามความรุนแรง และ ทิศทางการไหลของกระแสน้ำ จนเกิดเป็นสันดอนดินที่ยังไม่คงตัว คลื่นของกระแสน้ำที่พัดพาไม่รุนแรง ทำให้มีการตกตะกอนมาก และ มื่อชั้นดินตะกอนสะสมนานวันมากขึ้น ด้วยอนุภาคเม็ดดินที่ละเอียดทับถมกันจนทำให้กลายเป็นบริเวณที่มีดินเลนแข็ง จากดินเลนแข็งค่อยๆพัฒนาอย่างต่อ เนื่อง จนทำให้ชั้นดิน อัดตัวแน่นมากขึ้น จนในที่สุดกลายเป็นพื้นดินเหมือนอยู่บนบก และได้ทดแทนก่อตัวเป็นสังคมป่าบกต่อไป

ต้นไม้กับทะเล

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาจากประเทศที่ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเล และ ป่าชายเลน เมื่อได้เดินเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ป่า ชายเลน หลายคนได้เห็นถึงความแปลกของ ต้นไม้ ว่า ทำไมจึงสามารถเจริญเติบโตขึ้นอยู่ได้ในน้ำทะเล ที่มีความเค็มสูง ลมพัดแรง และ มีไอเกลือจาก น้ำทะเล ทั้งหมดล้วนเป็นสาเหตุที่ค่อนข้างวิกฤตที่เกิดขึ้น ปกติแล้ว ในสภาวะที่วิกฤต เช่นนี้ พืชทั่วๆไปที่ไม่ใช่พืชทนเค็ม จะไม่สามารถเจริญ เติบโตอยู่ได้

ตามปกติ ป่าชายเลน เป็นป่าที่เกิดขึ้นเฉพาะในเขตร้อนชื้น หาพบได้ยากในเขตกึ่งร้อนชื้น ป่าชายเลนที่พบในเขตกึ่งร้อนชื้น มักมีลักษณะ เตี้ยแคระ อาจจะเรียกว่า “ป่าชายเลนแคระ” ก็ได้ พรรณพืชมีการปรับตัวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวทางด้านสรีระวิทยาของพืชเอง ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ระบบราก ขึ้นไปจนถึง ใบ ดอก และ ผล และการโปรยของเมล็ดด้วย

หน้า : 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11